June 19, 2024

จับจีนเทาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ฟอกเงินในไทย กว่า 7 หมื่นล้าน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ร่วมกันจับกุม MR.CHEN สัญชาติจีน ในพื้นที่เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ และจับกุมนายอนันต์ฯ ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนําเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ, มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, สมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินฯ และร่วมกันฟอกเงิน”

ทางด้าน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท. พ.ต.อ.สุพจน์ พุ่มแหยม ผกก.2 บก.ปอท. พ.ต.อ.ชิษณุพงศ์ ไหวดี ผกก.3 บก.ปอท. ร่วมแถลงผลจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์แฝงตัวฟอกเงินในเมืองไทย

พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ปอท. ได้จับกุม นายเชน ยินไล อายุ 32 ปี สัญชาติจีน และ นายอนันต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี สองผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันทุจริตโดยนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ, มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, สมคบฟอกเงิน” พร้อมของกลาง เงินสด 11 ล้านบาท, คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง, โทรศัพท์ 7 เครื่อง, สมุดบัญชีธนาคาร 8 เล่ม, บัตรกดเงินสด 13 ใบ, รถยนต์ 5 คัน เครื่องนับเงินสด 1 เครื่อง และทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 42 ล้านบาท โดยจับกุม นายเชน ได้ ที่ บ้านหรูแห่งหนึ่ง ย่านถนนราชพฤกษ์ แขวงบางจาก เขตภาษีเจริญ กทม. ส่วน นายอนันต์ จับกุมตัวได้ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา

พ.ต.อ.สุพจน์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อช่วงปลายปี 66 ได้มีการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่มีการสร้างเว็บไซต์กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ปลอมขึ้นมา เพื่อหลอกลวงเงินผู้คน โดยครั้งนั้นสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 5 ราย ก่อนขยายผลทราบว่ามีการทำกันเป็นขบวนการใหญ่ ยังมีผู้ร่วมขบวนการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องคนอื่นๆ อีกหลายราย โดยเฉพาะนายเชน กับ นายอนันต์ ผู้ต้องหาทั้งสองรายนี้ ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลบริหารจัดการกระเป๋าดิจิทัลที่ใช้ในการทำผิด และ คอยแปลงสินทรัพย์ดิจิทัลให้กลายเป็นเงินสดเพื่อสนับสนุนการใช้จ่ายเงินของกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ พร้อมนำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 8 จุด แบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร 4 จุด, สมุทรปราการ 2 จุด ฉะเชิงเทรา 2 จุด และ นครราชสีมา 1 จุด จนนำมาสู่การจับกุมตัวได้พร้อมของกลางดังกล่าว นอกจากนี้ยังทำการเชิญตัวผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาสอบปากคำอีก 5 ราย

พ.ต.อ.สุพจน์ กล่าวว่า จากการสอบสวน นายเชน กับ นายอนันต์ ให้การปฏิเสธ แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากตรวจสอบโทรศัพท์มือถือที่ตรวจยึดได้จากนายเชน พบว่ามีการใช้แอปพลิเคชันหนึ่งในการบริหารจัดการกระเป๋าดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์จำนวนหลายใบ มียอดเงินหมุนเวียนของกระเป๋ารวมกว่า 7 หมื่นล้านบาท รวมถึงมีข้อมูลตรงกับระบบรับแจ้งความออนไลน์ กว่า 30 คดี
รายงานข่าวแจ้งว่า จากแนวทางสืบสวนทราบว่า นายเชน ถือเป็นกุญแจสำคัญของขบวนการดังกล่าว โดยจะทำหน้าที่ฟอกเงินแลกเปลี่ยนเหรียญดิจิตอลเป็นเงินสกุลต่างๆ ให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่มีฐานปฏิบัติการในประเทศกัมพูชา อีกทั้งตัวของ นายเชน ยังใช้ชื่อของบุคคลอื่นที่มีสัญชาติไทยในการทำธุรกรรมเพื่อซื้อและถือครองทรัพย์สินหลายรายการด้วยเงินสด อาทิเช่น บ้านเดี่ยว 2 ชั้น, ที่ดิน, รถยนต์และทรัพย์สินมีค่าเครื่องประดับ อีกทั้งจากการตรวจสอบวีซ่าของ นายเชน ยังพบว่าเป็น วีซ่าประเภท อีลิท การ์ด แพคเกจแบบ 5 ปี และในวันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม ยังพบภรรยาสัญชาติจีนของ นายเชน พักอาศัยอยู่ด้วยกันกับ ลูก 3 คน โดย นายเชน ได้ให้ภรรยาของตนจดทะเบียนสมรสกับชายไทยและให้ชายไทยคนดังกล่าวรับเป็นบิดาของลูกทั้ง 3 คน โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ลูกที่เกิดมาได้รับสัญชาติไทยเพื่อสะดวกในการโอนย้ายทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *